แสงมณี ยอดมวยไทย5ยก ค่าตัวแพง คนสุดท้าย????

วันที่ 10 เม.ย. 2563 - 12:00:24 / จำนวนผู้เข้าชม 12798 ครั้ง

ยอดมวยไทย5 ค่าตัวแพงที่สุด ณ ปัจจุบัน พ.ศ.2563 (ค.ศ.2020) คงไม่มีใครเกิน หนุ่มน่ามล แต่แข้งซ้ายโคตรหนัก อย่าง แสงมณี เสถียรมวยไทยยิม ซึ่งค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2.5 แสน – 3 แสน ในการชกสำหรับการแข่งขันมวยไทย5ยกแต่ละครั้ง แต่ถ้าเป็นการชกมวยไทย 3 ยก ในต่างประเทศก็ต้องว่ากันอีกราคา เพราะจะมีเรื่องค่าเดินทาง และการหักภาษี ณ ที่จ่าย ของแต่ละประเทศที่ไม่ชกแตกต่างกันไป

 

ทำไมผมถึงจั่วหัว พาดหัวข่าวว่าเป็นนักมวยไทยค่าตัวแพงคนสุดท้าย ซึ่งถ้าเป็นคนในวงการมวยไทย โดยเฉพาะแฟนมวยไทย 5 ยก ตัวยง!!!  แล้วก็จะทราบเป็นอย่างดีว่า จากนี้อีก 10-20 ปี คงจะหานักมวยค่าตัวแพงระดับเดียวกับ แสงมณี ยากลำบากเต็มที หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้

 

เนื่องด้วยลีลาการชกของ แสงมณี เสถียรมวยไทย ที่มีเชิงชกร้ายกาจเร้าใจหาตัวจับยากในเชิงการชกมวยอันดับต้นๆของประเทศแล้ว ลีลาในการต่อรองเชิงธุรกิจและบริหารจัดการเงิน ก็มีชั้นเชิงแพรวพราวยิ่งนัก เพราะ แสงมณี และทีมงาน ทำงานกันเป็นครอบครัว พูดง่ายๆก็คือ บริษัท ตัวข้า..!! จำกัด จึงมีความสามารถในการต่อรองเเรื่องราคาการชก และเงินรางวัลแต่ละครั้ง ค่อนข้างสูง ต่างจากนักมวยไทยรายอื่นๆ ที่ต้องสังกัดหัวหน้าคณะโดยตรง ซึ่งนี้ถือเป็นจุดแข็งประดุจปราการเหล็กของ แสงมณี เลยทีเดียว !!!!

 

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แต่นั้นก็ไม่ใช่ประเด็ดที่ผมจะโมเม.....ว่า แสงมณี จะเป็นนักมวยไทยค่าตัวแพงคนสุดท้ายวงการมวย ผมจะสรุปให้ฟังคราวๆของการจัดการแข่งขันมวยไทย 5 ยก และแหล่งรายได้ของธุรกิจนี้ การจัดการแข่งขันแต่ละครั้ง ก็เหมือนการเปิดรอบฉายหนังหรือจัดอีเว้น แต่แหล่งรายได้ของวงการมวย เร็ว!!! วัดกัน 5-6 ชม.รู้เรื่อง กำไรหรือขาดทุน

 

กล่าวคือโปรโมเตอร์ มีค่าใช้จ่ายคือ ค่าเช่าสถานที่ ค่าตัวนักมวย แล้ววัดที่คนตีตั๋วเข้าชม ว่าได้มากกว่าค่าใช้จ่ายหรือไม่ ซึ่งสภาพการในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมาถือว่า เป็นอีกอาชีพที่ทำเงินให้กับโปรโมเตอร์มากพอสมควร คือ ส่วนมากได้กำไรมากกว่าขาดทุน เพียงแต่ช่วง 4-5 ปี หลังๆ รายได้ประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ของยอดตั๋วมาจากชาวต่างชาติ ?????

 

ทุกคนอาจจะยังไม่ทราบว่าที่เห็นว่ายอดเก็บได้ หนึ่งล้านสองแสน หนึ่งล้านสี่แสน หรือ บางครั้งอาจจะมากกว่านั้น เกือบครึ่งเป็นรายได้ที่ได้มากจากชาวต่างชาติ หรือ นักท่องเที่ยวนั้นเอง กล่าวคือทางสนามมีนโยบายคล้ายๆกันคือ เก็บค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติมากกว่าผู้ชมชาวไทยเกือบเท่าตัว ราคาตั้งแต่ 1,000-2,000 บาท แล้วแต่ชั้นที่นักท่องเทียวต่างชาติเลือกที่จะเข้าชม ยกตัวอย่างเช่น ถ้ายอดค่าผ่านประตูรายการหนึ่งเก็บได้ 1ล้านบาท ให้ตีเป็นตัวเลขกลมๆได้เลยว่า มาจากชาวต่างชาติ 3 แสน ถึง 4 แสน บาทแล้วแต่จังหวะที่ชาวต่างชาติได้จังหวะมาเข้าชมพอดี ส่วนมากก็มาตามคำแนะนำของบริษัททัวร์

 

คำว่ามาจากบริษัททัวร์นิละ มันก็จะผูกโยงกับการท่องเที่ยว และด้วยสภาวะวิกฤตปัจจุบัน ด้วยสถานการณ์โควิช 19 ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก ประเทศไทยเราเองอาจะเอาอยู่ภายในปีนี้ 2563 นั้นก็ทำให้คาดการณ์ได้ว่าภายในปีนี้เราชาวมวยอาจจะได้เห็นการจัดการแข่งขันมวยไทย แต่ด้วยที่บอกว่า 30-40 เปอร์เซ็นต์เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยว และเชื่อได้เลยว่า ภายในปีนี้จากยอดผู้ป่วยจากนอกประเทศโดยเฉพาะประเทศโซนยุโรป ซึ่งดูทีท่าว่าจะไม่คลี่คลายภายในปีนี้แน่นอน ถึงต่อให้คลีคลายอีก 1-2 ปี ด้วยวิกฤตนี้จะทำให้ ชาวยุโรป จน..!!!ลง ฟังไม่ผิดหรอกครับ จนลง หมายความว่า ไม่มีเงินที่จะจับจ่ายใช้สร้อย ดังนั้นเมื่อไม่มีเงินสิ่งที่ไม่จำเป็นเขาก็ต้องตัด เรื่องการท่องเที่ยวคงเป็นกิจกรรมท้ายๆ ที่ชาวยุโรปเลือกจับจ่าย

 

ดังนั้นทำให้เราเห็นภาพอนาคตได้เลยว่า ยอดค่าผ่านประตู การจัดการแข่งขันมวยไทย 5 ยก ที่เคยทำเงินให้เป็นกอบเป็นกำ ให้ผู้จัด มาเปย์ค่าตัวนักมวยแพงๆ เหมือนสมัยก่อน คงเป็นภาพที่หาดูได้ยากในวงการมวยไทย

 

ณ ต่อจากนี้ วงการมวยไทยคงต้องหันมาพึ่งพากำลังการซื้อตั๋วในประเทศไทยมากขึ้น ด้วยปัจจัยนี้เองทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจว่า คงจะไม่มีนักมวยไทยคนไหนทำค่าตัวแพงแซงหน้า แสงมณี เสถียรมวยไทย ที่มีค่าตัวระดับ 2.5 แสนขึ้นไปในการชก 25 นาที แน่นอน เพราะถ้าแสงมณีชกคู่เอก ค่าใช้จ่ายสำหรับการแข่งขัน มีแน่ๆ 4-5 แสน เฉพาะคู่เดียว นิยังไม่รวมค่าสนามและคู่ประกอบรายการที่สำน้ำสมเนื้ออีก 6-7 คู่ ถ้าเก็บได้แค่ 1 ล้าน โปรโมเตอร์ก็เตรียมตัวควักเงินในกระเป๋ามาเปย์ค่าตัวได้เลย

 


 ความคิดเห็น

โดย


ไม่มีข้อมูลแสดงความคิดเห็น